โดยผู้ที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการลดภาษีดังกล่าว มีดังต่อไปนี้
1. (ก) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๒) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้และมูลนิธิหรือ สมาคมที่รัฐมนตรีประกาศก าหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร
ผู้ที่ได้รับประโยชน์ : โดยผู้ที่อยู่ในมาตรการ 40 (2) ต้องดูในส่วนของผู้รับ ที่เป็นนิติบุคคล บริษัท ห้างหุ้นส่วนเท่านั้น ไม่รวมไปถึงบุคคลธรรมดา อันได้แก่เงินได้จากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน ค่าคอมมิชชั่น เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า
เช่น กรณีที่ท่านเป็นเซลส์ของบริษัท ที่มีคอมมิชชั่น ท่านจะไม่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ เพราะถือเป็นผู้ที่มีเงินได้ตามมาตรา 40(1) หรือหากท่านเป็นมนุษย์เงินเดือน รับเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ก็ไม่เข้าข่ายนี้เช่นกัน
เช่นเดียวกันกับหากท่านเป็นพริตตี้ รับรีวิวสินค้า ได้เงินจากการขายตรง เบี้ยประชุม ค่าสอนโรงเรียนเอกชนที่จ้างมาเป็นครั้ง ๆ ท่านก็ยังถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% เช่นเดิม
ท่านจะได้รับประโยชน์จากรณีนี้ ในกรณที่ท่านเป็นบริษัท ห้างร้าน นิติบุคคล ได้มีการจ้างอีกบริษัทหนึ่งให้มาทำงานให้ เช่น บริษัท A จ้างบริษัท B ให้รีวิวสินค้า แบบนี้จากที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3 % จะถูกหักแค่ 1.5%
ผู้ที่ได้รับประโยชน์ : โดยผู้ที่อยู่ในมาตรการ 40 (3) คือบริษัทที่ได้รับเงินค่าลิขสิทธิ์ เช่น ลิขสิทธิ์เพลง บทประพันธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เกมส์ ภาพและรวมไปถึงชื่อเสียงทางการค้า แต่เฉพาะบริษัทเท่านั้น
ยกตัวอย่าง หากท่านเขียนเพลง และได้รับเงินค่าลิขสิทธิ์เพลง ท่านยังคงต้องจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายเท่าเดิม
แต่หากท่านเป็นบริษัทที่ถือครองลิขสิทธิ์เพลง ท่านจะได้รับประโยชน์ จ่ายภาษี ณ ที่จ่ายเพียง 3%
3. การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๖) และ (๗) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอ กิจการ ซึ่งมีรายได้และมูลนิธิ หรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร
ผู้ที่ได้รับประโยชน์ : โดยผู้ที่อยู่ในมาตรการ 40 (6) ได้แก่ คนที่อยู่ในวิชาชีพอิสระ เช่น ทนายความ บุคลากรที่ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (แพทย์ พยาบาล นักเทคนิค ฯลฯ) วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ศิลปิน และผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ๆ
และคนที่อยู่ในมาตรา 40 (7) ได้แก่ ผู้รับเหมา ผู้รับงานจ้างต่าง ๆ
4. การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๘) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่เป็นเงินได้ จากการจ้างทำของ การจ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย และการให้บริการอื่น ๆ นอกเหนือจากกรณีที่กำหนดไว้ใน (๓) (๑๕) (๑๖) และ (๑๗)
แต่ไม่รวมถึง การจ่ายค่าบริการของโรงแรม ค่าบริการของภัตตาคาร และค่าเบี้ยประกันชีวิต ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร
ผู้ที่ได้รับประโยชน์ : โดยผู้ที่อยู่ในมาตรการ 40 (6) ได้แก่ คนที่จ่ายภาษีแบบเหมา คนขายของออนไลน์ เปิดร้านอาหาร เขียนหนังสือ เขียนเอง ขายเอง, ขายเครื่องดื่ม, ขายน้ำแข็ง, เปิดร้านอาหาร, ขายเครื่องสำอาง ในลักษณะของการที่ไม่ใช่ค่าจ้าง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ บุคคลธรรมดาสามารถได้รับประโยชน์ด้วย เช่น ท่านทำรองเท้า ขายรองเท้า แล้วมีคนมาจ้างให้ท่านทำรองเท้า จากที่ท่านจะถูกหัก 3% ท่านจะถูกหักเพียง 1.5% แม้ท่านจะทำเอง ขายเอง มีหน้าร้านออนไลน์เองก็ตาม

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น