สถานการณ์วิกฤตโควิด 19 แพร่ระบาดอย่างหนักไปทั่วโลก โดยขณะนี้ (29 มีนาคม 2563) อ้างอิงข้อมูลรายงานสถานการณ์ COVID-19 ของมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ทั่วโลกล่าสุดอยู่ที่ 665,164 ราย สูงสุดคือที่สหรัฐฯ 124,665 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตทั่วโลก 30,382 ราย รุนแรงสุดเป็นที่อิตาลี ยอดผู้เสียชีวิตทะลุถึง 10,023 รายแล้ว
เว็บไซต์เอบีซีนิวส์ เผยรายงานว่า ในขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยาที่สามารถรักษาอาการป่วยโควิด 19 ได้อย่างแท้จริง ส่วนอาการของโรคดังที่ทราบกันว่า ส่วนใหญ่จะมีไข้ ไอแห้ง และหายใจถี่เหนื่อยหอบ แต่ยังไม่มีใครสามารถทราบแน่ชัด เกี่ยวกับอาการของมันในระยะยาว แม้กระทั่งผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง เมื่อผลตรวจกลับมาเป็นลบ พบว่าไม่มีเชื้อในร่างกายแล้ว ก็ยังไม่ทราบผลระยะยาว จากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า
อย่างไรก็ดี ทางศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐอเมริกา มีข้อมูลเชิงลึกที่สามารถรวบรวมได้จากข้อมูลผู้ป่วย COVID-19 ระบุว่า ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของ ผู้ป่วยโควิด 19 ในประเทศจีน อยู่ในระดับไม่รุนแรง ดร. จูหยวนเสี่ยว ศาสตราจารย์ด้านพยาธิวิทยา จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิคาโก กล่าวว่า ผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ และมีอาการไม่รุนแรง น่าจะหายได้โดยไม่มีผลในระยะยาว
ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงราว 16-20 เปอร์เซ็นต์ที่มีอาการรุนแรง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ มีแนวโน้มที่ปอดจะได้รับความเสียหาย และอาจจะพัฒนากลายเป็นภาวะหายใจลำบากเฉียบพลัน (Acute respiratory distress syndrome หรือ ARDS) จากการที่มีของเหลวสะสมอยู่ในถุงลมปอดแทน ปอดจึงทำงานแลกเปลี่ยนออกซิเจนกับอากาศได้น้อยลงหรือไม่ได้เลย ส่งผลให้ร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ เกิดภาวะขาดออกซิเจน
แม้ว่าจะฟังดูน่ากลัวที่ว่า โคโรนา ไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ อาจจะทิ้งความเสียหายไว้ที่ปอดต่อไปในระยะยาว แต่แท้จริงแล้ว ดร.อเมช อดัลจา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อจากสถาบันจอนส์ฮอปกินส์ บลูมเบิร์ก เผยว่า อาจจะเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินทางใจที่มีอาการรุนแรง แม้จะไม่ใช่ COVID-19 ผู้ป่วยเมื่อต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นระยะเวลานาน อาจจะต้องใช้เวลานานหลายเดือนเป็นปี ๆ ในการฟื้นสภาพการทำงานของปอดให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง หรือในบางราย ปอดของพวกเขาก็ไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลย
"แต่ทั้งนี้มันก็ไม่เสมอไปสำหรับทุกกรณี ขึ้นอยู่กับว่าเนื้อเยื่อปอดถูกไวรัสทำลายมากน้อยแค่ไหน ยิ่งมากเท่าไหร่ หมายถึงเวลาในการหายใจต่อไป ยิ่งสั้นลงเท่านั้น" อดัลจา กล่าว
อย่างไรก็ดี ยังคงต้องศึกษาข้อมูลผู้ป่วยในวงกว้างกว่านี้ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลาที่ศึกษานานกว่านี้ รวมทั้งต้องมีการชันสูตรผ่าศพผู้เสียชีวิตจากโควิด 19 เพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น
ที่มา Kapook

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น